|
|
|
| คำถามที่มักพบบ่อย (Frequently Asked Question) |
Q: | บีทียูคืออะไร | | A: | บี.ที.ยู (B.T.U. ? British Thermal Unit) เป็นหน่วยที่วัดปริมาณความร้อน โดยหลักการก็คือ ปริมาณความร้อนที่ทำให้น้ำที่หนัก 1 ปอนด์ มีอุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1 องศาฟาเรนไฮต์
1 B.T.U. = 1 Kcal
ในการคำนวณขนาดเครื่องปรับอากาศจะใช้หน่วย ?บี.ที.ยู/ชั่วโมง (ฺB.T.U./Hr.)? หรือที่เราเรียกกันย่อๆว่า ?บี.ที.ยู.? ดังนั้นถ้าบอกว่าเครื่องปรับอากาศ 12,000 บีทียู ก็หมายความว่าแอร์เครื่องนี้สามารถล้างความร้อนได้ 12,000 บีทียูในเวลา 1 ชั่วโมง | | | |
Q: | 1 ตันเท่ากับกี่บีทียู | | A: | 1 ตัน (Ton) เท่ากับ 12,000 บีทียู ดังนั้นถ้าบอกว่าแอร์ 3 ตันก็คือ แอร์ 36,000 บีทียูนั่นเอง | | | |
Q: | จะรู้ได้อย่างไรว่าแอร์เต็มบีทียู | | A: | การที่จะรู้ว่าแอร์เต็มบีทียูหรือไม่เป็นเรื่องที่ยากมากครับ เพราะจะต้องทำงานทดสอบจากห้องแล็บ (Laboratory) ที่ได้มาตรฐาน จึงจะทราบว่าแอร์เครื่องนี้สามารถทำได้กี่บีทียู โดยทั่วไปแล้วมักจะดูกันที่รุ่นคอมเพรสเซอร์เป็นหลักว่าคอมเพรสเซอร์รุ่นนี้สามารถทำความเย็นได้กี่บีทียู แต่ในความเป็นจริงการที่แอร์เครื่องหนึ่งจะทำความความเย็นได้กี่บีทียูนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดของคอมเพรสเซอร์เพียงอย่างเดียว แต่มีองค์ประกอบอีกหลายอย่างโดยขึ้นอยู่กับการออกแบบของวิศวกรว่าจะต้องการระบายความร้อนให้ได้เท่าไร โดยการออกแบบแผงคอยล์ มอเตอร์ ใบพัดลม ชุดอุปกรณ์ลดความดัน และคอมเพรสเซอร์ให้เข้ากันและทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ได้บีทียูตามที่ต้องการ
| | | |
Q: | EER คืออะไร | | A: | EER (Energy Efficiency Ratio) เป็นค่าประสิทธิภาพพลังงานซึ่งคำนวณโดย การเอาค่าบีทียูมาหารด้วยจำนวนวัตต์ เช่น แอร์ 12,000 บีทียู ใช้พลังงาน 1,200 วัตต์ ค่า EER จะเท่ากับ 12,000 / 1,200 =10.0
| | | |
Q: | ตารางแสดงหน่วยการใช้ไฟฟ้าของเครื่องปรับอากาศ | | A: | 
click เพื่อดูภาพขยาย | | | |
Q: | Blue Fin คืออะไร | | A: | 
Blue Fin เป็นคอยล์ชนิดพิเศษที่มีการเคลือบสารเคมีซึ่งมีสีฟ้าบนครีบคอยล์ (Fin) เพื่อช่วยป้องกันการกัดกร่อนจากน้ำ และอากาศ ที่เป็นกรด ซึ่งมีผลให้ฟินที่อยู่บนแผงคอยล์เกิดการสึกกร่อน การสึกกร่อนของฟินจะมีผลต่อประสิทธิภาพ และอายุการใช้งานของเครื่องปรับอากาศ ดังนั้น Blue Fin จึงสามารถป้องกันการสึกกร่อนของคอยล์ และยืดอายุการใช้งานได้หลายเท่าถ้าเทียบกับคอยล์ธรรมดา | | | |
Q: | น้ำยาแอร์ทำจากอะไร | | A: | 
น้ำยาแอร์หรือที่เรียกว่าสารทำความเย็น ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันสำหรับแอร์บ้านทั่วไป เป็นสารจำพวก CFCs (Chloro Fluoro Carbons) ซึ่งมีคุณสมบัติคือ ไม่มีพิษ ไม่มีกลิ่น และความถ่วงจำเพาะของสารในสถานะก๊าซจะหนักกว่าอากาศ โดยที่สารเหล่านี้จะมีจุดเดือดที่ต่ำกว่าสารทั่วไป จึงถูกนำมาใช้ในการทำความเย็น โดยที่สารทำความเย็นที่มีจุดเดือดต่ำจะถูกใช้ในการทำความเย็นที่อุณหภูมิต่ำ และสารทำความเย็นที่มีจุดเดือดสูงจะถูกใช้ในทำความเย็นที่อุณหภูมิสูง ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการใช้งาน สำหรับชนิดที่นิยมใช้กันมากที่สุดสำหรับแอร์บ้านก็คือ R-22 (Freon-22) โดยมีจุดเดือดอยู่ที่ -40.8 'C | | | |
Q: | ดรายเออร์มีไว้ทำอะไร | | A: | 
ดรายเออร์ (Drier) ทำหน้าที่กรองผงสกปรกและดูดความชื้นในระบบ โดยจะติดตั้งอยู่ระหว่างแผงคอยล์ร้อน และแค็ปทิ้วบ์
| | | |
Q: | แค๊ปทิ้วบ์คืออะไร | | A: | แค๊ปทิวบ์ (Capillary Tube) เป็นอุปกรณ์ลดความดันชนิดหนึ่งมีลักษณะเป็นท่อทองแดงขดขนาดเล็ก โดยจะติดตั้งอยู่ระหว่างแผงคอยล์ร้อน และแผงคอยล์เย็น ทำหน้าที่ลดความดันของน้ำยาที่ออกจากแผงคอยล์ร้อนเพื่อให้ได้อุณหภูมิที่ต่ำ ก่อนฉีดเข้าแผงคอยล์เย็น | | | |
Q: | โซลินอยด์วาล์ว (Solenoid Valve) คืออะไร | | A: | 
โซลินอยด์วาล์ว ประกอบด้วยแม่เหล็กไฟฟ้าสำหรับทำหน้าที่ปิดเปิดวาล์วเมื่อเปิดและปิดสวิทซ์ เมื่อกระแสไหลผ่านขดลวดแม่เหล็กไฟฟ้า สนามแม่เหล็กที่เกิดขึ้นจะดูดเดือยวาล์วเพื่อเปิดวาล์ว และเมื่อปิดสวิทซ์ตัดกระแสไฟฟ้าเดือยวาล์วจะกลับไปสู่ตำแหน่งเดิมโดยน้ำหนักของตัวเองเพื่อปิดวาล์ว
| | | |
Q: | เอ็กสแปนชั่นวาล์วคืออะไร | | A: | 
click เพื่อดูภาพขยาย
เอ็กสแปนชั่นวาล์ว (Expansion Valve) ทำหน้าที่ควบคุมอัตราการไหลของสารทำความเย็น เพื่อให้คอยล์เย็น (Evaporator) ได้ความเย็นมากที่สุด นอกจากนี้ยังรักษาจำนวนองศาของซุปเปอร์ฮีตที่ทางออกจากคอยล์เย็นให้คงที่ตลอดเวลาอีกด้วย
เอ็กสแปนชั่นวาล์วมี 2 แบบ คือ และปรับความดันภายนอก (External Equalizer) และแบบปรับความดันภายใน (Internal Equalizer) แบบแรกนิยมใช้กันมากในคอยล์เย็นแบบครีบที่มีท่อขดเดียว เพราะมีการสูญเสียความดันในท่อมาก เอ็กสแปนชั่นวาล์วชนิด Internal Equalizer จะใช้ในคอย,ืเย็นที่มีการสูญเสียความดันน้อยที่เป็นแบบท่อเปลือย แต่จะไม่ใช้ในเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ | | | |
Q: | ไซ้ท์กล๊าสคืออะไร | | A: | 
ไซ้ท์กล๊าส (Sight Glass) ติดตั้งไว้ระหว่างท่อทางเดินน้ำยาหรือน้ำมัน เพื่อดูการไหลของน้ำยาหรือน้ำมัน | | | |
Q: | การเดินท่อน้ำยายาวๆมีผลเสียอย่างไรบ้าง | | A: | ความยาวของท่อควรจำทำให้สั้นที่สุดที่จะสั้นได้ ตามคำแนะนำของบริษัทผู้ผลิต โดยทั่วไปไม่ควรจะเกิน 15-20 เมตร เพราะการเดินท่อน้ำยายาวเกินไปทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของแอร์ลดลง เนื่องจากคอมเพรสเซอร์ต้องทำงานหนักขึ้น และเกิดการสูญเสียพลังงานระหว่างทางมากกว่าปกติ
| | | |
Q: | ทำไมแอร์จึงมีน้ำหยด | | A: | การที่มีน้ำหยดออกมาจากแฟนคอยล์ยูนิต เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ
1) ถ้าถาดน้ำหรือท่อน้ำทิ้งสกปรกหรืออุดตัน ก็แก้ไขโดยการทำความสะอาดหรือเปลี่ยนท่อน้ำใหม่
2) ถ้าฉนวนหุ้มท่อหนาไม่เพียงพอ ก็แก้ไขโดยการเพิ่มความหนาของฉนวน
3) ถ้าติดตั้งในที่ที่มีลมร้อนพัดผ่านตลอดเวลา ก็ทำให้เกิดการควบแน่นของไอน้ำในอากาศจนเปลี่ยนสถานะมาเป็นหยดน้ำเกาะอยู่บนตัวแอร์ ได้ครับ (เหมือนน้ำที่เกาะอยู่บนผิวของแก้วน้ำเย็น) | | | |
Q: | ระบบ อินเวิร์ตเตอร์ คืออะไร | | A: | เครื่องปรับอากาศระบบอินเวิร์ตเตอร์ (Inverter) ได้นำเทคโนโลยีการผันแปรของพลังงานมาควบคุมปริมาณการใช้กระแสไฟฟ้าอย่างคุ้มค่า
สำหรับระบบเครื่องปรับอากาศทั่วไป คอมเพรสเซอร์ซึ่งทำหน้าที่เป็นหัวใจหลัก จะเริ่มต้นและหยุดการทำงานเป็นช่วงๆ ซึ่งการเริ่มต้นการทำงานของคอมเพรสเซอร์ในแต่ละครั้งต้องใช้กระแสไฟฟ้าจำนวนมาก
ด้วยเทคโนโลยีอินเวิร์ตเตอร์ คอมเพรสเซอร์จะถูกสั่งการให้ทำงานด้วยความเร็วที่เหมาะสม โดยขึ้นอยู่กับการผันแปรของอุณหภูมิภายในและภายนอก โดยวิธีนี้จะช่วยประหยัดพลังงานซึ่งคล้ายกับนักวิ่งมาราธอน ซึ่งสามารถวิ่งระยะไกลได้โดยควบคุมความเร็วในการวิ่งอย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้ใช้จะได้รับทั้งความเย็นสบาย และความเงียบสงบ จากเทคโนโลยีอินเวิร์ตเตอร์ ซึ่งมีหลักการดังนี้ ระบบจะทำการเก็บข้อมูลจากปัจจัยแวดล้อมต่างๆ เช่นอุณหภูมิ ความชื้น กระแสลม และอุณหภูมิภายนอก จากนั้นข้อมูลต่างๆจะถูกประมวลผลโดยระบบควบคุม และระบบจะปรับเปลี่ยนความเร็วของคอมเพรสเซอร์อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งสามารถควบคุมอุณหภูมิห้องได้อย่างแม่นยำ (ช่วยลดการแปรปรวนของอุณหภูมิ)
ผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพพลังงานมากอาจมีต้นทุนที่สูงในตอนแรก (ราคา) แต่ผลตอบแทนคือค่าไฟฟ้าที่ถูกกว่า สรุปก็คือ ผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพพลังงานสูงกว่าจะช่วยประหยัดเงินมากกว่าในระยะหลายเดือน หรือหลายปีข้างหน้า
| | | |
Q: | แอร์เบอร์ 5 ต่างกับแอร์ธรรมดายังไง | | A: | แอร์เบอร์ 5 กับแอร์ธรรมดาต่างกันก็ตรงที่การออกแบบ แอร์เบอร์ 5 ถูกออกแบบมาเพื่อให้มีประสิทธิภาพพลังงาน (EER) สูงกว่าแอร์ธรรมดา ซึ่งเป็นผลมาจาการออกแบบระบบใหม่โดยการปรับแต่งองค์ประกอบหลักเช่น ใช้คอมเพรสเซอร์ที่ประหยัดไฟ หรือเพิ่มขนาดของแผงคอยล์เพื่อช่วยระบายความร้อน เป็นต้น ดังนั้นแอร์เบอร์ 5 จึงมีราคาสูงกว่าแอร์ธรรมดามาก
ผู้ซื้อควรพิจารณาถึงความจำเป็นว่ามีความจำเป็นหรือไม่ที่ต้องใช้แอร์เบอร์ 5 โดยเปรียบเทียบปัจจัยหลายๆอย่าง เช่น
1) ส่วนต่างราคาระหว่างแอร์เบอร์ 5 กับแอร์ธรรมดา
2) จำนวนชั่วโมงที่จะใช้งานในแต่ละวัน
3) จำนวนปีที่คาดว่าจะใช้แอร์เครื่องนี้
การเปรียบเทียบปัจจัยเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ซื้อ เช่นถ้าคิดว่าจะใช้แอร์เครื่องนี้เป็นเวลา 5 ปี ก็ต้องมาคิดว่าในระยะเวลา 5 ปีเราจะประหยัดค่าไฟฟ้าได้กี่บาท แล้วเปรียบเทียบกับส่วนต่างราคาที่เพิ่มขึ้นว่าคุ้มไหมที่จะจ่ายแพงขึ้น อย่างนี้จึงจะเรียกว่าซื้อของอย่างชาญฉลาด | | | |
Q: | หอหล่อเย็น (Cooling Tower) คืออะไร | | A: | 
หอหล่อเย็นคือหอคอยขนาดใหญ่ที่ทำหน้าที่ระบายความร้อนออกจากน้ำ ใช้กับเครื่องปรับอากาศที่ระบายความร้อนด้วยน้ำ การทำงานก็คือ นำน้ำที่ใช้แล้วกลับมาใช้อีก โดยให้น้ำผ่านเครื่องควบแน่นลงในหอหล่อเย็น แล้วเติมน้ำประปาทดแทนน้ำส่วนที่ระเหยไป ภายในหอหล่อเย็นจะมีอากาศจากบรรยากาศไหลผ่านน้ำร้อนที่ฉีดลงมาในถังเพื่อทำให้เย็น | | | |
|
 |
|
|





|